22ปี‘โกลเด้นโกล์’ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 16 ปี 1998ที่ประเทศฝรั่งเศส ปูเสื่อเป็นเจ้าภาพ เมื่อ 22 ปีที่แล้วนับเป็นอีกหนึ่งเวิลด์คัพเกมที่คลาสสิก และมีบันทึกมากมายเกิดขึ้น
เป็นฟุตบอลโลก ครั้งแรกที่มี 32 ทีมเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก
เป็นฟุตบอลโลก ครั้งแรกที่อยู่ในยุคของ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ที่รับไม้ต่อจาก โจอัว ฮาเวลานจ์
เป็นฟุตบอลโลก ครั้งแรกของ โครเอเชีย, จาเมกา, แอฟริกาใต้ และญี่ปุ่น
เป็นฟุตบอลโลกที่มีแชมป์ใหม่คือ ฝรั่งเศส
รายละเอียดครั้งนั้นมีเยอะแยะมากมาย บอลทีเด็ดแต่วันนี้เมื่อ 22 ปีที่แล้ว…ปฏิทินเดินทางมาถึงวันที่ 28 มิถุนายน คือวันที่บันทึกโลกฟุตบอลได้จดจำไปตลอดกาล

ราคาบอลพรุ่งนี้

นั่นคือการเกิดการทำประตู “โกลเด้นโกล์” เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
เกมรอบน็อกเอาท์ รอบ 2 หรือ 16 ทีมสุดท้าย เปิดฉากขึ้น 2 คู่ และสามารถจบได้ใน 90 นาที ซึ่ง อิตาลี ชนะ นอร์เวย์ 1-0 และ บราซิล ไล่ทุบ ชิลี ขาดลอย 4-1
มาถึงเกมแรกประจำวันที่ 28 มิถุนายน 1998 ฝรั่งเศส เจ้าภาพ ที่ชนะมา 3 เกมรวดในรอบแรก เป็นที่ 1 สาย ซี ได้ดวลกับ ทีมชาติปารากวัย อันดับ 2 สาย ดี ที่ชนะ 1 เสมอ 2ไม่แพ้ใครมาเหมือนกัน
เกมที่สต๊าด โบลลาร์-เดอเลลิส ในเมืองลองส์ไม่จบใน 90 นาที ต้องต่อเวลาออกไป ก่อนที่ โลรองต์บลองก์ จะเป็นผู้จารึกประวัติศาสตร์ ด้วยการสังหารด้วยเท้าขวา ผ่านมือของ โฮเซ่ หลุยส์ ชีลาเวิร์ต ยอดนายประตูจอมยิงฟรีคิก เข้าไปตุงตาข่าย ในนาทีที่ 114
นี่คือโกลเด้นโกล์ แรกในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
บลองก์ ในยุคนั้นบนวัย 33 ปี เล่นกับ โอลิมปิก มาร์กเซย เขาคือเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของทีม ที่เล่นคู่กับ มาร์กแซล เดอไซยี่ ได้อย่างสุดแกร่ง หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทักษะการยิงในครั้งนั้นทำไมไม่เหมือนกองหลังที่เราท่านได้เห็นกัน
นั่นก็เพราะว่า บลองก์ เริ่มต้นอาชีพจากตำแหน่งของมิดฟิลด์ตัวรุก ซึ่งตัวเขานั้นมีทักษะในการเล่นอันยอดเยี่ยมเปี่ยมด้วยวิธี แต่มั่นใจว่า เขาค่อนข้างช้า ก่อนจะถูกเจียระไนจาก มิเชล เมซี่ ให้ถอยลงมายืนในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
ด้วยตำแหน่งนี้ทำให้อาชีพของ บลองก์ โลดแล่นจนก้าวไปติดทีมชาติแบบถาวร ด้วยเรือนร่างสูงถึง 192 เซนติเมตร และหนัก 86 กิโลกรัม
หากเรานับกันจริงๆ แล้ว บลองก์ นี่แหละที่มีโมเมนท์ใน “ฟรองซ์ 98” มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
หนึ่ง คือ เขาจะจุมพิตศีรษะของ ฟาเบียง บาร์กเตซ ผู้รักษาประตูก่อนเกมทุกนัด
2 คือ เขาพลาดลงเล่นนัดชิงฯ เพราะโดนไล่ออกจากจังหวะปะทะกับ สลาเวน บีลิช ในรอบตัดเชือก
สาม คือ ลูกยิงโกลเด้น โกล์ นี่แหละ
บลองก์ ได้รับการเชิดชูว่า ราคาบอลไหลต่างประเทศ7mนี่คือนักเตะที่ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศฝรั่งเศส จากการโหวตของฟรองซ์ ฟุตบอล เมื่อปี 1999 เป็นรองเพียงแค่ มิเชล พลาตินี่, ซีเนดีน ซีดาน และ เรย์มง โกปา เท่านั้น
ชัยชนะจากโกลเด้นโกล์ครั้งนั้น เป็นชัยชนะครั้งสำคัญทำให้ ฝรั่งเศส ผ่านเข้ารอบและไปเป็นแชมป์โลกในบั้นปลาย
ลูกยิงโกลเด้นโกล์ จึงกลายเป็น “ของคู่กาย” นักบอลฝรั่งเศส อยู่เสมอ
ยังไงก็ตาม ภาพที่จดจำของหลายคน อาจจะไม่ได้นึกถึงลูกยิงของ บลองก์ เป็นลำดับแรก แต่นึกถึงลูกยิงในนัดชิงชนะเลิศ ยูโร 2000 ของ ดาวิด เทรเซเกต์
แถมยังลืมลูกยิงโกลเด้นโกล์ รอบรองชนะเลิศ ของ ซีดาน ด้วยซ้ำไป!!!
… 2 ปีต่อมาหลังจากการเป็นแชมป์โลก เหตุการณ์สำคัญในการยิงโกลเด้นโกล์ เกิดขึ้นกับ ฝรั่งเศส ถึง 2 เกมติดต่อกัน
รอบรองชนะเลิศ จุดโทษของ ซีดาน ในนาทีที่ 117 ทำให้พวกเขาปราบ โปรตุเกส 2-1 เข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
นัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ การสะบัดยิงด้วยซ้ายของ ดาวิด เทรเซเกต์ ในนาทีที่ 103 คือการตอกย้ำตำนานและภาพจำความเป็น “โกลเด้น โกล์”
ยังไงก็ตาม โกลเด้นโกล์ มีลมหายใจอยู่ในวงการฟุตบอลไม่นาน และได้ถูกถอดออกจากปฏิทินฟีฟ่า หลังจากจบศึกฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์โลกปี 2003
หนักกว่าคือ “ซิลเวอร์โกล์” ผลบอลทุกลีกเมื่อคืนที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ UEFA พยายามนำมาดัดแปลงแต่ก็ไม่เวิร์ก เมื่อมีเวลาแค่ปีเดียวที่ได้อยู่บนโลกมนุษย์ จากปี 2003 และจบลงหลังจากศึกยูโร 2004
เอาเข้าจริง กฎโกลเด้นโกล์ นับเป็นครบเครื่องต้มยำมากๆ แต่ก็มีหลายด้านหลายมุมเหมือนกับทุกสิ่ง
มีความโหดร้ายสำหรับผู้แพ้ แต่สำหรับผู้ชนะคืออารมณ์ที่ดีใจผสมใส่ด้วยระเบิด
บางทีเกมก็ดูจืดจนเกินไป เพราะทุกคนมองว่าแต่ละทีมจะเกร็งกลัวแพ้ จนฟุตบอลไม่สนุก
ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วแต่มุมมอง
มุมใครได้ มุมใครเสีย
นาทีนี้หากจะคิดถึงกฎ กฎหนึ่งที่หลายคนอาจจะคิดถึง ก็คือกฎนี้แหล่ะโกลเด้นโกล์
ที่ขึ้นหิ้งอยู่ในตำนาน และยากมากที่จะกลับมาอีก

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวฟุตบอล และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *